มาดำน้ากับคนมีบุญกันเถอะ

        หลังจากความประทัปใจของทริปที่แล้ว ( 19 - 22 มี.ค.41 อันดามันเหนือ , สิมิลัน, เกาะบอน , เกาะตาชัย , ริเชลิว ) ที่ได้พบเจอะเจอกับ Manta Ray กระเบนสุดยอดตัวโปรดของเราที่เกาะบอน และต้องว่าย ตามกันอย่างเมามันเพราะพบเจอหลายตัวมากจนแยกตามกันอย่างกระจัดกระจาย Buddyต่างแยกกัน กลุ่มที่ ลงไปแตกกระเจิงจนสุดจะควบคุมได้ แต่ Manta Ray ที่สวยงามของพวกเราก็ยังประทัปอยู่ในความทรงจำ ทั้ง 3 ไดฟ์ที่ลงก็พบทั้ง 3 ไดฟ์ ลีลาการว่ายสะบัดพริ้วเหมือนนกโบกปีกสะบัดไปมา แม้แต่การโฉบเข้าใกล้พวก เราแล้วเชิดห่างออกไป ด้วยลีลาเป็นธรรมชาติอันงดงาม บางมุมมองที่อยู่ในระดับตื้นช่องโพล้เพล้ แล้วตัวมัน บดบังดวงอาทิตย์จนเห็นเป็นเงาดำทะมึนทาบทับอยู่บนฝั่งน้ำอันกว้างใหญ่ เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม

        เมื่อกลับถึงกรุงเทพได้เพียง 2- 3 วัน เราก็ได้ยินข่าวแว่วมาว่าจะมีการเปลี่ยนทริป วันที่ 2 - 6 เม.ย. 41 จากโซนอันดามันใต้คือ หินม่วง,หินแดง,…….มาเป็นโซนอันดามันเหนือ เพื่อตามล่า Manta Ray เราได้เตรียม ร่างกายอย่างดี ว่ายน้ำวันละ 500 - 800 เมตร ( ทำได้ 2 วัน มันน่าหัวเราะตัวเองจริง ๆ นะเนี่ย ) แล้วข่าว confirm ก็มาแน่นอนว่าจะไปแหล่งเดิม มีสมาชิกเต็มถึง 24 คน แต่เมื่อถึงวันนัดหมาย ( 2 เม.ย. 41 ) มีเหตุให้ เหลือสมาชิก 21 คน ที่น่าสงสารที่สุดคือ น้องเก๋ 2 เก๋ ( เก๋สวย และ เก๋น่ารัก ) ไม่มีตั๋วเครื่องบินมาภูเก็ต เลยกิน แห้วไปตามระเบียบ ไม่ได้มาดำน้ำกับคนมีบุญอย่างเรา

        เมื่อมาครบแล้วในเรือก็มีการแนะนำตัวกันและจัดกลุ่มลงดำน้ำ ซึ่งมีนักดำน้ำ 21 คน โอ้โห ! เจอกลุ่มอาชีพที่น่าเบื่อมากคือ แพทย์ 17 คน , ทันตแพทย์ 1 คน คือ พี่นิด ( ผู้จัด & Instructor คนเก่ง ) , เภสัช 1 คน คือ พี่พ่อ ( เจ้าพ่อกลุ่ม Scubabuff ) , สาวทรัสต์ 1 คน คือพี่จิ่ม ( Instructor & เจ้าแม่กลุ่ม Scubabuff ) สุดท้ายคือ พี่หลอด ( Graphic design คนเก่ง และ Instructor ) และพวกเราได้แบ่งเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน คืนนั้นขณะเรือออกเดินทางมุ่งตรงไปเกาะบอน เรารู้สึกว่าใจหนึ่งก็ดีใจ เพราะจะได้เจอ Manta Ray ตัวที่เพิ่งลาจากกันเมื่อ 10 วันก่อน แต่อีกใจหนึ่งก็เสียใจเพราะได้ข่าวว่าฉลามวาฬไปปรากฎที่อยู่ที่บริเวณ หินหมูสัง และเรือจมคิงส์ ครุยส์เซอร์ กว่าจะข่มตาลงนอนหลับอย่างเป็นสุขได้ก็ล่วงเลยเวลาไปถึงค่อนคืน เช้าวันที่ 3 เม.ย. 41

        ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง น้ำทะเลเป็นสีฟ้าใส คลื่นบนผิวน้ำพริ้วบางเบา เราเตรียมตัวลงน้ำกันอย่างสดชื่นเต็มไปด้วยความหวังและความม้นใจ ถึงเวลาแสดงแล้วนะเจ้า Manta Ray ตัวน้อย พวกเธอต้องออกมาวาดลวดลายกันแล้วนะ เราลงน้ำโดยมีเจิ๋นเป็น dive leader ผู้ร่วมกลุ่มอีก 2 คนคือ อ้วนและบพิตร ลงดำตำแหน่งเดิมตะวันตกเฉียงเหนือลงสู่ตะวันตกเฉียงใต้ไปถึงสุดปลายแหลม ด้วยน้ำทะเลที่ใสชื้นและกระแสน้ำน้อยที่ทำให้เจ้า Manta Ray ไม่รักดีกลุ่มนั้นไม่มาโชว์ตัวให้เห็น พวกเรา ทุกกลุ่มเลยกินแห้วกันหมดทุกคน เราเลยลงไดฟ์ที่ 2 อีก 1 ไดฟ์ ก็ยังไม่เจอ จึงย้ายวิกไปดำเล่น ๆที่เกาะ ตาชัยอีก 2 ไดฟ์ ดูอะไรแบบเพลิดเพลินไม่มีอะไรเร้าใจ และ night dive ที่อ่าวผักกาด สุรินทร์ใต้ เราได้มานั่งทบทวนว่าเอ๊ะ ! ทำไม Manta Ray ไม่อยู่นะ อ๋อ !! เพราะพระจันทร์เสวยฤกษ์แมนต้านั่นเอง คือ พระจันทร์ในวันขึ้น 7 ค่ำคืนนั้นอยู่บริเวณที่เป็นปีกด้านขวาของกลุ่มดาวแมนต้า ( เป็นกลุ่มดาว 6 ดวง วางตัวเรียงกันเป็น Manta Ray ตั้งขึ้นโดยกลุ่ม Scubabuff ) วันนั้นเป็นวันแรกของการดำน้ำที่เงียบเหงามาก

        เช้าวันที่ 2 ของการดำน้ำ เรือพระนางได้วิ่งออกจากหมู่เกาะสุรินทร์ มุ่งตรงสู่หินริเชลิว ท่ามกลางบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง และกระแสน้ำไม่แรงนัก พวกเรามองไปบริเวณกองหินแล้วรู้สึกดีใจมาก เพราะมีเรือจอดผูกทุ่นอยู่อีกเพียงลำเดียว เราจึงไปขอผูกเรือต่อท้ายด้วยอีก 1 ลำ ( ผิดกับทริปที่แล้ว มีเรือจอดอยู่เกือบ 10 ลำ ) เราลงดำน้ำกลุ่มเดิม โดยมีแผนจะลงไปที่ 100 ฟุต เพื่อเสาะหาโรนันก่อน จึงจะขึ้นมาที่ 60 ฟุต เพื่อดูฉลามวาฬ แต่เมื่อเราลงดำกันจริง ๆ ขณะลงจากทุ่นไปถึงปลายที่ผูกทุ่น และกำลังว่ายตัดกองหิน และดำดิ่งลงไปนั้น ขณะลงไปถึง 80 ฟุต ในนาทีที่ 4 กลุ่มเราก็ได้เห็นเงาดำทะมึน เคลื่อนไหวอยู่ด้านหน้า ที่ระดับ 60 ฟุต ทุกคนใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ ว่ายใต่ระดับขึ้นไป และว่ายคลอเคลียไปกับลูกพี่ใหญ่ใจดี แห่งท้องทะเล จนสังเกตุเห็นบริเวณหัว ใกล้ ๆ กับตาข้างขวามีบาดแผลถลอกอยู่ ลักษณะลำตัวสัดส่วนของความกว้างมาก แต่ความยาวจะน้อย น่าจะประมาณ 7 เมตร หลังจากลูกพี่เราได้ผละไปแล้ว เราก็ได้ดำดิ่ง ลงไปที่ 100 ฟุต และหาดูตามฝูงกระเบน แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอโรนันตัวเก่ง เพราะลูกพี่ใหญ่ฉลามวาฬ ตัวเดิมได้ว่ายโฉบเข้ามาอีกครั้ง เราจึงได้ออกแรงกันอีกรอบ ที่นาทีที่ 16 ว่ายคลอเคลียตามไปจนอากาศเริ่มใกล้หมด จึงต้องขึ้นมาพักเหนื่อยกันหน่อย และบลัฟกันอย่างมัน เพราะกลุ่มของพี่นิดและกลุ่มของเชดยัง ไม่เจอ ไดฟ์ที่ 2 ของริเชลิว จึงเปิดโอกาสให้เชดลงก่อน ซึ่งเธอก็ประสบความสำเร็จ ได้ว่ายคู่ไปกับฉลามวาฬนานถึง 12 นาที แหมอิจฉาจัง และพี่หลอดก็ได้ช่วยถ่ายรูป แฟลชขึ้นวูบวาบ แต่เสียดายนะไม่ได้เปิด หน้ากล้อง ฮิฮิ !! สมน้ำหน้า ส่วนกลุ่มเราก็ไม่น้อยหน้า ได้พบอีก 2 ตัว ซึ่งใหญ่กว่าในไดฟ์แรก ขนาด มากกว่า 10 ฟุต และลายแตกต่างกัน มีจุดสังเกตุที่บริเวณหางมีรอยแหว่งเล็กน้อย เมื่อไดฟ์ที่ 3 ของวัน มาถึง เราลงพร้อมกัน 2 กลุ่มกับกลุ่มเชด ก็ประสบความสำเร็จในการค้นพบโรนันที่พื้นทราย ระดับความลึก 100 ฟุต โรนันตัวนี้ออกจะเป็นตัวที่ขี้เกียจ มันนอนเฉยเมยมาก แต่มีสีสันสวยดี บริเวณด้านหลังของลำตัวจะเป็นจุดๆ สีฟ้าน่ารัก

        หลังจากเราเริ่มลดระดับความลึกขึ้น ก็พบกับเจ้าฉลามวาฬตัวใหญ่อีก 3 รอบ จนเริ่ม มึนงงว่าตัวไหนซ้ำกับตัวไหนหนอ และทุกคนในกลุ่มก็ค่อยๆผละหนีขึ้นมาทำ safety stop บริเวณทุ่น ก็ยัง เห็นเจ้าตัวยักษ์มาอวดโชว์ลีลาน่าหมั่นไส้ และไดฟ์นี้ก็ต้องขอดีใจกับพี่นิดหัวหน้าคณะ ที่มักจะกินแห้วได้เจอ ฉลามวาฬเป็นไดฟ์แรกของทริปนี้ หลังจากที่คนอื่นเจอจนเบื่อมาแล้ว ยินดีด้วยอย่างจริงใจเลยนะคะ ไดฟ์ที่ 4 ของวันที่ริเชลิวเหมือนเดิม คราวนี้ลงแบบไม่สนใจฉลามวาฬ ไม่ว่ายตาม แต่เจ้าตัวโตก็ยังอุตส่าห์มาดู พวกเราแทน หลอกล่อให้พวกเราตามมันไปอีก ช่างน่ารักเหลือเกิน เฮ้อ ! 2 วันผ่านไป 9 ไดฟ์แล้ว คืนนั้นเราเลยไม่ลง night dive เพราะมัวแต่นอนดูดาวด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาทั้งลำเรือ

        เช้าวันที่ 3 ของการดำน้ำ 5 เม.ย. 41 เรือพระนางได้นำเรามาที่เกาะบอน เราลงน้ำกันแบบสบายใจ ถือว่าเจอ Manta หรือไม่ก็ช่าง เลยลงดำและว่ายออกทางปลายแหลมเพื่อดูกลุ่ม soft coral บริเวณที่เป็น หน้าผาตัด และพบปลาตัวเล็ก ๆ ที่น่ารักหายาก คือ Long nose hawkfish 2 ตัว ก็รู้สึกสบายใจแล้ว ในไดฟ์นี้ ต่อจากนั้นเรือก็นำเราไปยัง Fantasy reef , Elephant head และ East of Eden ในหมู่เกาะ สิมิลันช่วงสาย , บ่าย , เย็น ตามลำดับ และทำให้เรารรู้สึกดีใจและสบายใจอีกครั้ง เมื่อดำที่ Elephant head ( หินปูซา หรือหินหัวกะโหลก ) เราลงกัน 2 กลุ่ม ร่วมกับกลุ่มเชด ด้วยความเป็นอัจฉริยะทางด้านการค้นหาของหัวหน้ากลุ่มเรา คือเจิ๋น ได้กวาดตามองแทบทุกกอของ sea fan ด้วยความรู้สึกของเจิ๋นขณะค้นหานั้น ก็พบว่ามีดวงตาอีก 2 คู่จ้องมองเขาอยู่ทางด้านข้าง จึงได้เหลือบสายตากลับไปมองกอ sea fan สีเหลือง ๆ เขียว ๆ ด้านข้าง ดั่งมีอะไรมาดลใจ แล้วก็พบเข้าอย่างจังกับ Harlequin ghost pipefish ที่เสาะหามานาน 1 คู่ เขารัวดีด tank อย่างไม่นับ ทำให้เราต้องเพ่งมองตาม แล้วสงสัยอยู่ในใจว่าให้ดูอะไรวะ สักครู่จึงค่อย รู้สึกว่าเจ้าตัวที่อยู่ด้านข้างของ sea fan โบกสะบัดหางและครีปพริ้วแผ่วเบาดูนุ่มนวล แต่เราก็ต้องตัดสินใจผละจากมาเพื่อให้คนอื่นได้ดูบ้าง ที่ตลกมาก มีคนกำลังทำ Decom อยู่ที่ 15 ฟุต ก็ดำดิ่งลงมาที่ 80 ฟุต เพื่อดูเจ้าตัวจิ้มฟันจระเข้ปีศาจคู่นี้ คือพี่จิ๋มและพี่หลอด พร้อมกดชัตเตอร์ไป 3 ภาพเป็นหลักฐานด้วยนะ เราจะคอยตามไปดู คืนนั้นหลังจากดำไป 3 วัน 12 day dives 2 night dive เราก็นอนหลับกันอย่างมีความสุขมาก เพราะไม่หวังจะพบอะไรเป็นพิเศษกว่านี้ ในวันสุดท้ายอีก 2 ไดฟ์แล้ว เพราะรู้สึกถึงความคุ้ม ของการดำน้ำในปีนี้ โดยเฉพาะในทริปนี้เป็นที่สุด ดีใจจังกับคนมีบุญคนอื่น ๆ ด้วยนะคะ อยากให้มาร่วมมีบุญด้วยจัง

        แตน